ล่องใต้เสี่ยงเซียมซีที่วัดพะโคะ

  • ประวัติเซียมซี

  • การเสี่ยงเซียมซี เป็นโหราศาสตร์อันเก่าแก่แขนงหนึ่ง โดยนำมาเขียนเป็นบทร้อยกรองเพื่อให้จดจำได้ง่าย เซียม ซี แปลว่าบทกลอน ที่บอกโชคตา ซึ่งเข้าใจว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน และได้แพร่หลายเข้ามาประเทศไทยเรา โดยเซียมซีแต่ละสถาน ที่จะมีจำนวนไม้ติ้วไม่เท่ากัน
  • การเสี่ยงทายเซียมซี

  • ผู้ทำการเสี่ยงทาย จะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานที่นั้นๆ และเสี่ยงทายโดยการเขย่ากระบอกไม้ติ้วอย่างช้าๆ จนได้ไม้ติ้วออกมาเพียงอันเดียว ที่ไม้ติ้วจะมีตัวเลขติดอยู่ เมื่อทราบว่าเราได้เบอร์อะไร แล้วก็จำไปหาซินแส เพื่อขอใบทำนายของไม้ติ้วเบอร์นั้นๆ
  • การเสี่ยงเซียมซี ทำขึ้นมิใช่เพื่อความงมงายในการเสี่ยงโชคแต่จะเป็นการบ่งบอก ถึงความเป็นมาของสถานที่นั้นๆ ซึ่งแฝงอยู่ในคำกลอนในใบเซียมซี ซึ่งชนรุ่นหลังควรจะอนุรักษ์ไว้
จำนวนเสี่ยงดวงเซียมซี (34,132) ครั้ง
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (28 votes, average: 3.71 out of 5)
Loading ... Loading ...
เพิ่มสิ่งนี้เมื่อ : วันศุกร์, กรกฎาคม 6th, 2012    

เซียมซี เสี่ยงดวง

วันนี้ น้ำใส จะชวนเพื่อนๆล่องใต้ไปเสี่ยงเซียมซีไกลกันถึงอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา วัดพะโคะ ครับ ไปดูประวัติคร่าวๆกันสักนิด ก่อนที่จะเสี่ยงเซียมซีกันนะครับ

ประวัติวัดพะโคะ
(วัดพระราชประดิษฐาน)
ต้นกำเนิด หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
วัดพะโคะ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

——————————————————————————–

เดิมวัดนี้ปรากฏว่าพระชินเสนเป็นผู้สร้างราวปีพ.ศ.500 (สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุราว 2050 ปี ) ตั้งอยู่เนิน เขาพะโคะ หรือที่เรียกกันว่า เขาพิเพชรสิงห์บ้าง เขาพิพัทธสิงห์บ้าง เขาบรรพตพะโคะบ้าง เขาพระพุทธบาทบ้าง (เพราะมีรอยพระพุทธบาทเหยียบไว้ที่แท่นหินใหญ่ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเดิมว่าวัดพระราชประดิษฐาน ได้ฝังวิสุงคามสีมา พ.ศ. 840 พระยาธรรมรังคัลเจ้าเมืองพัทลุง (สทิงพระรานสี) เป็นศาสนูปถัมภ์สร้างถาวรวัตถุหลายอย่าง เพราะเห็นความสำคัญของวัดพระพุทธบาท หรือวัดพระราชประดิษฐาน ครั้นต่อมา ระหว่าง พ.ศ. 2091 ถึง พ.ศ.2111 พระยาดำธำรงกษัตริย์ (บางแห่งกล่าวว่าพระยาธรรมรังคัล) ได้นิมนต์ พระมหาอโนมทัสสี พระณไสยมุยและ พระธรรมกาวา ให้ไปเอากระบวนพระมหาธาตุเมืองลังกา และมาสร้างเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ สูงหนึ่งเส้นห้าวา ทำพระวิหารธรรมศาลา ทำอุโบสถ สร้างกำแพงสูงหกศอก ระหว่างเขตสังฆาวาสที่พักสงฆ์อาศัยคือส่วนลาดต่ำทางทิศตะวันตกของพื้นที่วัดส่วนที่เป็นเนินสูงราบเป็นชั้นๆ พื้นที่วัดทางทิศตะวันออกพุทธาวาสสถานที่ปลูกสร้างปูชนียวัตถุโบราณสถาน เช่น พระวิหารพระพุทธไสยาสน์(พระพุทธโคตมะ) พระเจดีย์(สุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ) อุโบสถ ธรรมศาลา เป็นต้น การสร้างพระพุทธไสยาสน์ ชื่อว่าพระพุทธโคตมะ ตามความนิยมของชาวบ้านเรียกชื่อวัดตามชื่อพระว่าวัดพระโคตมะ ชื่อวัดพระราชประดิษฐานเดิมไม่นิยมใช้เรียกกัน ครั้นต่อมาวัดพระโคตมะ เรียกเพี้ยนเป็นวัดพะโคะ ในกาลครั้งนั้นกษัตริย์หัวเมืองพัทลุง (สทิงพระ) และคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ทำ ฏีกาเข้าไปยังกรุงศรีอยุธยาขอที่กัลปนาต่อพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานกัลปนาแก่วัดวาอารามต่างๆ ในเขตหัวเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองพัทลุง ที่เป็นกัลปนา (เป็นเลนทุบาทโลกเลขา) อาณาเขตของวัด ทิศเหนือ จด หัวตะลุมพุก (แหลมตะลุมพุก),ทิศใต้ จดหัวเขาแดง , ทิศตะวันออก จด อ่าวไทย , ทิศตะวันตก จด ทะเลสาบสงขลา

ตั้งแต่ พ. ศ. 2151 ถึง พ. ศ. 2155 ในสมัยพระราชมุนีรามคุณูปรมาจารย์ (สมเด็จเจ้าพะโคะ ) ได้ปกครองวัดพะโคะเจริญรุ่ง เรืองมาก เนื่องจากได้รับการพระราชอุปถัมภ์จาก พระเจ้าอยู่หัวสละพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้ทางวัดได้ทำการสร้างถาวรวัตถุขึ้นหลายอย่าง เช่น พระวิหาร พระเจดีย์ อุโบสถ ธรรมศาลา โดยเฉพาะบูรณะพระเจดีย์ศรีรัตนธาตุสูง 1 เส้น 5 วา ยอดพระเจดีย์หล่อด้วยเบ็ญจะโลหะยาว 3 วา 3 ศอก และปรากฏว่า สมเด็จเจ้าพะโคะได้นำดวงแก้วที่พญางูให้เมื่อครั้งเป็นทารก บรรจุไว้ที่ยอดเจดีย์ จึงได้ชื่อว่า สุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ
ครั้นต่อมาหลังจากสมเด็จเจ้าพะโคะ จากวัดพะโคะไปแล้ว ฟ้าผ่ายอดเจดีย์ดวงแก้วตกลงมาอยู่ใกล้ๆเจดีย์ ภายหลังเด็กๆเล่นสะบ้า (ลูกเกย) กระเด็นเข้าไปในป่าที่ดวงแก้วตกอยู่ เด็กเห็นเป็นลูกแก้วประหลาด จึงนำไปบ้านเพื่อมอบให้แก่พ่อแม่ เมื่อถึงประตูชัยไม่สามารถจะออกจากวัดไปได้ เพราะเกิดมีงูใหญ่ขัดขวางไว้ และประตูวัดมืดมิดไปหมด เด็กก็นำลูกแก้วเข้าไปคืนให้แก่เจ้าอาวาส

ปรากฏว่าดวงแก้วนั้นเป็นปูชนียวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของวัดพะโคะชิ้นหนึ่ง ต่อมาดวงแก้วถูกคนขโมยไป 3 ครั้งแต่ก็เกิดความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ผู้นำไปทุกครั้ง และได้นำกลับมาคืนไว้ ณ วัดพะโคะทุกครั้ง และครั้งล่าสุด ราว พ. ศ. 2471 มีนายจีนฯ บ้านท่าคุระเป็นคนเสียสติลักพาดวงแก้วไป ที่ บ้านท่าคุระ ขณะที่นายจีนนำดวงแก้วไปนั้นตาก็มองเห็นว่ามีงูใหญ่ไล่ตามมา นายจีนต้องการให้ดวงแก้วพาเหาะ แต่ก็ไม่สามารถแหะได้ นายจีนจึงโกรธมากเลยเอาดวงแก้ววางลง แล้วเอาหินขนาดใหญ่ทุ่มทับลงบนดวงแก้ว ทำให้ดวงแก้วแตกร้าว มีชาวบ้านไปพบจึงเอาดวงแก้วมามอบให้แก่เจ้าอาวาสวัดพะโคะดังเดิม

ส่วนนายจีน ซึ่งอวดดีว่าตนสามารถทุบดวงแก้วแตก ได้ไปจับช้างเถื่อนที่คลองนายเรียมและถูกช้างจับแทงฟัดจนลำตัวแขนขาขาดออกเป็นท่อนๆ ถึงแก่ความตาย ซึ่งชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นผลกรรมจากการกระทำ ของนายจีนที่ทำให้ดวงแก้วเสียหายนั้นเอง

ดวงแก้วที่แตกถูกประสานรอยร้าวไว้ด้วยลวดทองแดง ในปี พ. ศ. 2484 พระอาจารย์แก้วพุทธมุนี วัดดีหลวงและพระชัยวิชโย วัดพะโคะ จะนำดวงแก้วไปให้ช่างหล่อทำใหม่ แต่สมเด็จเจ้าพะโคะเข้าประทับทรง บอกห้ามไม่ให้หล่อทำใหม่ สำหรับดวงแก้วดังกล่าวนี้ ต่อมาประชาชนได้ทำบุญสมโภชดวงแก้วทุกๆวันพฤหัสบดีเสมอมา

หลังจากสมเด็จเจ้าพะโคะ จากวัดพะโคะไปแล้ว ก็ได้มีพระเถระปกครองวัดสืบต่อกันมาหลายรูปหลายยุค โดยเฉพาะในยุคพระอาจารย์เขียว ปุญญผโล (พระครูสุนทรสิทธิการย์) เป็นเจ้าอาวาส ได้มีการพัฒนาปรับปรุงบูรณะปฏิสังขรณ์ ศาสนสถาน จนวัดพะโคะเจริญขึ้นเรื่อยๆ

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเวลา 2050 ปี ที่ผ่านมาวัดพะโคะคือศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ รวมถึงชาวต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะด้วยบุญฤทธิ์และพระบารมีของสมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

วัดพะโคะปัจจุบันมีพระครูสมุห์วิชาญชัย กตปุญโญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาอีกรูปหนึ่งที่จะสืบสานเจตนารมณ์ตามที่สมเด็จเจ้าพะโคะ และเจ้าอาวาสที่ผ่านๆมาตั้งปณิธานไว้ อนึ่งจากการที่วัดพะโคะและคณะกรรมการจัดสร้างวัตถุมงคล หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและท้าวจตุคามรามเทพ รุ่น มหาบารมี ทวีทรัพย์ ( รุ่นแรกและรุ่นเดียวของวัด ) ขึ้นเพื่อจะนำรายได้จากการจัดสร้าง มาบูรณะวิหารหลวงปู่ทวด และนำรายได้สบทบทุนสร้างอาคารเรียน (หลังใหม่) โรงเรียนสมเด็จเจ้าพะโคะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทนุบำรุงพระศาสนาและการศึกษาของชาติให้ก้าวหน้าสืบไป

อย่าลืมนะ เวลาเสี่ยงเซียมซีทำใจให้สงบ นึกถึงสิ่งดีงาม ความดีที่ได้สั่งสมมา นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพะโคะ และหลวงปู่ทวด เพื่อให้ช่วยดลบัลดาลพบเจอแต่สิ่งดีๆ เป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว

ลิ้งดาวน์โหลด สำหรับมาหน้านี้

แท็ก คำค้นหา

สำหรับติดป้ายโฆษณา